สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การศึกษา (Study) ในห้องสมุด การเลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นและความสำคัญเกี่ยวกับจริยธรรมในมนุษย์

ในการทำงานห้องสมุดได้มีข้อมูลจากการปฏิบัติงานอยู่มากมายทั้งในส่วนงานบริการ หรืองานเบื้องหลัง ซึ่งมีการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการดำเนินการงาน ดังนี้

วัตถุประสงค์ในการศึกษาในห้องสมุด

  1. เพื่อการพัฒนางานให้ดีขึ้น : พัฒนาบริการ พัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ พัฒนานวัตกรรมและระบบงาน
  2. เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
  3. ใช้ประกอบการวางแผนและการตัดสินใจเชิงบริหาร
  4. เพื่อนำไปใช้ประกอบในการเลื่อนระดับ
  5. เพื่อการสนับสนุนการวิจัยและการเรียนรู้ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้

ลักษณะสำคัญของการศึกษาในห้องสมุด ได้แก่

  1. การใช้ข้อมูลทุติยภูมิ เช่น สถิติการยืม-คืนหนังสือ หรือฐานข้อมูลการเข้าใช้ทรัพยากรอิเล็กทรอนิกส์
  2. การเก็บข้อมูลโดยสมัครใจผ่านแบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ เพื่อทราบพฤติกรรมการใช้บริการ ความพึงพอใจ ความต้องการ ความคาดหวัง การวัดความรู้ การประเมินผลสัมฤทธิ์ เป็นต้น
  3. การมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพบริการและประสบการณ์ผู้ใช้เพื่อการแก้ปัญหา

รูปแบบการศึกษาในห้องสมุดกับงานวิชาการในการขอผลงานทางวิชาการ

  1. การวิเคราะห์ (ศึกษากับข้อมูลอย่างเดียว เป็นการใช้ข้อมูลทิติยภูมิ มีหลักสถิติ)
  2. การวิจัย, การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (มีทฤษฏีการวิจัย, เครื่องมือการวิจัย)
  3. การพัฒนานวัตกรรม (มีทฤษฎีกระบวนการ, เครื่องมือ, การทดสอบ)
  4. คู่มือ/แนวทางการปฏิบัติงาน (มีกระบวนการ, ข้อควรระวัง, ข้อเสนอแนะ, ตัวอย่าง)
  5. ผลงานที่เป็นผลสำเร็จของการปฏิบัติงาน (ประกอบด้วยผลงานเชิงประจักษ์ เกิดขั้นชัดเจน, มีความโดดเด่นแสดงถึงนวัตกรรมและการพัฒนา, เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและมหาวิทยาลัย, มีคุณค่าจะการสะท้อนถึงสมรรถนะและประสบการณ์) อ้างอิง ประกาศคณะกรรมการบริหารงานบุคคล ประจำมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ 4/2568 เรื่อง คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น

หมายเหตุ  ผลงานที่เป็นผลสำเร็จของการปฏิบัติงาน อาจมีผลงานเชิงประจักษ์ดังข้อ 1-4 และงานตามภาพประกอบด้านล่าง (อ้างอิงและภาพจาก : กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (2569). แนวทางการก้าวสู่ตำแหน่งสูงขึ้นของพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน: สรุปสาระสำคัญของประกาศ ก.บ.ม. ฉบับที่ 4/2568 เรื่อง คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น [เอกสารประกอบการบรรยาย]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.)

หมายเหตุ

  1. การพัฒนางานเพื่อใช้ประกอบการขอผลงานในระดับที่สูงขึ้น ผลงานใดที่มีการเก็บข้อมูลจากคน เช่น การสำรวจความคิดเห็น ความพึงพอใจ การสัมภาษณ์ การทดลองใช้งานสิ่งประดิษฐ์ แม้จะเรียกชื่องานนั้นว่า การวิเคราะห์ หรือนวัตกรรม แต่ใช้ทฤษฎีในการออกแบบพัฒนาเป็น Research & Develop Model จึงควรมีการขอจริยธรรมในมนุษย์
  2. การนำเสนอผลงาน นอกจากชิ้นงานที่แสดงแล้ว ควรจะมีเอกสารแสดงรายละเอียดของกระบวนการ เขียนแบบงานวิชาการ ซึ่งสามารถใช้แนวทางการเขียนเช่นเดียวกับงานวิจัยคู่มือ บทความวิชาการ หรือบทความวิจัยได้ เช่น มีที่มาและความสำคัญ (แสดงปัญหาของการพัฒนา) วัตถุประสงค์ (ทำแล้วแก้ไขปัญหาได้อย่างไร) วิธีการพัฒนา (แสดงเครื่องมือและขั้นตอน) ผลลัพธ์ (แสดงสิ่งที่ได้จากการพัฒนา เช่น เว็บไซต์และองค์ประกอบ คู่มือการใช้งาน เป็นต้น) ประโยชน์และคุณค่า  (การนำไปใช้)

หมายเหตุ กรณีเป็นงานวิจัย วิธีการพัฒนา (แสดงเครื่องมือและขั้นตอน) เป็นการวิจัย ข้อควรระวังสำหรับเครื่องมือวิจัย  ต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย์ก่อนนำมาใช้ในการวิจัย จึงจะถูกต้องตามแนวทางจริยธรรมในมนุษย์

ภาพจาก : กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (2569). แนวทางการก้าวสู่ตำแหน่งสูงขึ้นของพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน: สรุปสาระสำคัญของประกาศ ก.บ.ม. ฉบับที่ 4/2568 เรื่อง คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น [เอกสารประกอบการบรรยาย]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ปัญหาของการศึกษาในห้องสมุด

  1. เขียนงานที่เป็น Best Practice มีข้อมูลย้อนหลังเปรียบเทียบ 2-3 ปี แต่ไม่มีทฤษฏีการวิจัย หรือทฤษฎีกระบวนการ และขั้นตอนการพัฒนาเครื่องมือรองรับ  เช่น การเขียนบทความไปนำเสนอ Pulinet
  2. นำงานที่เก็บข้อมูลในงานประจำ (ฐานการปฏิบัติงาน) แล้วนำมาทำวิจัย แล้วไม่มีข้อมูลแสดงการขอจริยธรรมในมนุษย์ มีแต่การขออนุญาต PDPA เช่น การสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ การเก็บคะแนน Pre-test/Post-Test  
  3. การพัฒนานวัตกรรม นำไปใช้ได้ผล ได้รับรางวัล แต่ไม่อธิบายเชิงกระบวนการพัฒนา

ลักษณะงานวิจัยที่ไม่ต้องขอจริยธรรมในมนุษย์ ได้แก่ review article, systematic review, meta-analysis, การวิเคราะห์งาน (ภาพและการอ้างอิงจาก ศูนย์จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.  (2569). เอกสารประกอบการบรรยายโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Human subject protection) รุ่นที่ 4  วันที่ 27 เมษายน 2569)

ผลกระทบต่อการเลื่อนระดับในระดับที่สูงขึ้น

  1. งานวิจัยที่ศึกษาในมนุษย์ ไม่มีผ่านขั้นตอนการขอจริยธรรมในมนุษย์ อาจจะได้คะแนนประเมินน้อย เพราะถูกหักด้านจริยธรรม
    1. การเผยแพร่ผลงานวิจัยในรูปแบบบทความวารสาร อาจไม่สามารถตีพิมพ์ได้ (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของวารสาร) เนื่องจากไม่มีผ่านขั้นตอนการขอจริยธรรมในมนุษย์ ทำหัวข้อคะแนนประเมินด้านการแผยแพร่ ความเป็นประโยชน์ได้คะแนนประเมินน้อย
    1. การพัฒนานวัตกรรม หรืองานเขียนที่เป็น Best Practice ไ ที่ไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์เกี่ยวกับ การอธิบายกระบวนการพัฒนา ทฤษฎีการวิจัย หรือทฤษฎีกระบวนการ ขั้นตอนการพัฒนาเครื่องมือ วิธีการเก็บข้อมูล หากมีส่วนที่ได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับคน เช่น ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อประเมินนวัตกรรม ไม่มีการขอจริยธรรมในมนุษย์ด้รับการประเมินค่าคะแนนต่ำ อาจไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้เลื่อนระดับ

แนวทางการแก้ไข

          1.วางแผนในการศึกษา  หากเป็นการวิจัยในคน ต้องขอจริยธรรมในมนุษย์ แบ่งเป็น 2 กรณี คือ  1. การยกเว้นการทบทวน (Exemption) มักใช้กับโครงการวิจัยที่: การสำรวจไม่ระบุตัวตน (Anonymous survey) ไม่มีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลที่เชื่อมโยงถึงผู้ตอบได้ ไม่ใช่เรื่องละเอียดอ่อน (เช่น ทัศนคติทั่วไป ความพึงพอใจ) รูปแบบข้อมูลเป็น ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary sources) เครื่องมือที่นิยมใช้ แบบสัมภาษณ์/ แบบสอบถามทั่วไป 

2. เข้าอบรมการวิจัยในมนุษย์ เผื่อได้ใช้ในขั้นตอนการขอจริยธรรมในมนุษย์ (เกียรติบัตรที่ได้รับมีอายุ 5 ปี) เช่น KKUX E-learning ที่https://kku.world/fsqo30 , Human Subject Protection (HSP) 2025 ของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)https://elearning-necast.nrct.go.th/courses?id=85

3. การขออนุญาตใช้ข้อมูลต่อผู้ควบคุมข้อมูล และหัวหน้างานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีใช้ข้อมูลทุติยภูมิขององค์กร โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective Data Analysis)

4. ปรับปรุงแบบสำรวจ แบบสอบถาม ให้มีข้อความในการยินยอมในการใช้ข้อมูลในการวิจัย ซึ่งโดยปกติจะมีแต่ข้อความยินยอมในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)  โดยอาจเพิ่มข้อความเพื่อให้ผู้ให้ข้อมูลรับรู้ว่าจะนำข้อมูลไปใช้ในการวิจัย  (สิริพร ทิวะสิงห์, 2569)  เช่น

                     “การตอบแบบสอบถามฉบับนี้ถือว่าท่านยินยอมให้ผู้วิจัย/หน่วยงานเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษา วิจัย วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผลในภาพรวมเท่านั้น โดยข้อมูลที่ได้รับจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ และจะไม่นำเสนอข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของผู้ตอบแบบสอบถามได้  และยินยอมให้ผู้วิจัยหากมีการนำข้อมูลแบบสอบถามฉบับนี้ไปใช้เพื่อการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย การศึกษาย้อนหลัง (Retrospective Study)  รวมถึงการพัฒนางานในอนาคต”  

                     สีน้ำเงิน คือ PDPA, สีเขียว คือ ความยินยอมในการให้ใช้ข้อมูลเพื่อการวิจัย

มารู้จักการทบทวนแบบเร็วในการขอจริยธรรมในมนุษย์

          การทบทวนแบบเร็ว (Expedited Review) มักใช้กับการวิจัยที่มีความเสี่ยงต่ำ (Minimal risk) แต่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล  เช่น มีการบันทึกชื่อ-สกุล, ตำแหน่ง, ระดับ, คณะ, กลุ่มงาน, สถานะ  ข้อมูลติดต่อ  ไม่มากไปกว่าการใช้ชีวิตประจำวัน และไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสอดคล้องกับการเก็บข้อมูลของการทำงานห้องสมุดในฐานการปฏิบัติงานหมายเหตุ  หากเป็นขั้นตอนของการวิจัยที่ถูกต้องสมบูรณ์มีจริยธรรม ต้องขอข้อมูลการลงมือทำวิจัย ก่อนนำเครื่องมือไปใช้ สามารถยื่นขอจริยธรรมในมนุษย์ ที่เว็บไซต์ศูนย์จริยธรรมในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ที่ https://sites.google.com/kku.ac.th/cehr

ภาพจาก : ศูนย์จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.  (2569). เอกสารประกอบการบรรยายโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Human subject protection) รุ่นที่ 4  วันที่ 27 เมษายน 2569

มารู้จักการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective Data Analysis) คือ การวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวมรวมจากการปฏิบัติงาน การนำข้อมูลที่มีอยู่แล้วในอดีตมาใช้ เช่น การศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี

  • กรณีดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูล เช่น การวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือ ถือไม่ใช่การวิจัยในมนุษย์กรณีดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูลโดยมาจากการศึกษาคน เช่น ทัศนคติ ความพึงพอใจ ในโรงพยาบาลก็คือข้อมูลผู้ป่วย ต้องพิจารณา แม้ข้อมูลจะถูกเก็บมาแล้ว แต่ “ไม่ได้แปลว่าสามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีข้อจำกัด” ต้องพิจารณาเรื่องต่อไปนี้  

ความยินยอม (Informed Consent) ผู้ให้ข้อมูลเคยยินยอมให้ใช้ข้อมูล “เพื่อวัตถุประสงค์ใด” หากนำไปใช้ใหม่ อาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติม  การขออนุญาตใช้ข้อมูลจากจ้าของข้อมูล โดยส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของงานและหัวหน้า   กระบวนการยินยอม (Informed Consent): ผู้วิจัยต้องอธิบายให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงเหตุผลของการใช้ข้อมูล และได้รับความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการวิเคราะห์  ความเป็นส่วนตัวและการปกปิดตัวตน (Privacy & Anonymization)
ต้องลบหรือปกปิดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ เลขบัตรประชาชน สถานที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ผู้วิเคราะห์ต้องอธิบายได้ว่าใช้ข้อมูลอย่างไร และเพื่ออะไร  วามถูกต้องของการตีความ การใช้ข้อมูลย้อนหลังอาจมีข้อจำกัด เช่น ข้อมูลไม่ครบ หรือบริบทเปลี่ยนไป ต้องระวังการสรุปผลผิด (ดูเพิ่มเติมเรื่องแนวทางแก้ไขด้านบน)

 หากต้องการยื่นขอจริยธรรมในมนุษย์

  1. เตรียมเอกสาร และยื่นที่ศูนย์จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์  (https://research.kku.ac.th/1834/)
  2. กรณีทำการวิจัยแบบ Research &Development  ซึ่งมีหลายเฟส ให้ขอครอบคลุมทุกเฟสภายในครั้งเดียว  เมื่อขึ้นเฟสใหม่ให้ยื่นเอกสารประกอบ
  3. การยื่นขอจริยธรรมในมนุษย์มีค่าธรรมเนียม ของศูนย์จริยธรรมการวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฉบับที่ 1962/2568)

ภาพจาก : ศูนย์จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.  (2569). เอกสารประกอบการบรรยายโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Human subject protection) รุ่นที่ 4  วันที่ 27 เมษายน 2569

ความคิดเห็นส่วนบุคคลต่อการยื่นขอจริยธรรมในมนุษย์และการทำผลงานทางวิชาการ

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า “ทุกงานในห้องสมุดต้องขอจริยธรรม” เพราะในการขอเลื่อนระดับในตำแหน่งที่สูงขึ้นได้แยกกรณีไว้ชัดเจนว่า งานที่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป การใช้ข้อมูลทุติยภูมิที่ไม่ระบุตัวบุคคล review article, systematic review หรือ meta-analysis อาจไม่เข้าข่ายวิจัยในมนุษย์ เช่น การวิเคราะห์สถิติการยืมหนังสือ หรือการวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือจากฐานข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคล อาจไม่จำเป็นต้องขอจริยธรรม

แต่ในความเป็นจริง งานของบุคลากรสายสนับสนุนจำนวนมากมักอยู่ใน “พื้นที่ก้ำกึ่ง” ระหว่างงานประจำกับงานวิจัย เช่น การประเมินความพึงพอใจผู้ใช้ การทดลองระบบใหม่ การเก็บข้อมูลก่อน–หลังอบรม หรือการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้บริการ ซึ่งล้วนมีองค์ประกอบของการวิจัยในมนุษย์ ดังนั้น แนวคิดที่เหมาะสมที่สุดคือ

  • หากงาน “เกี่ยวข้องกับข้อมูลจากคน” ควรปรึกษาศูนย์จริยธรรมก่อน
  • หากเป็นความเสี่ยงต่ำ สามารถยื่นแบบ Exempt หรือ Expedited Review ได้ ซึ่งใช้กับงานห้องสมุดส่วนใหญ่
  • การขอจริยธรรมไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็น “เครื่องยืนยันมาตรฐานวิชาชีพ” และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลงาน

ดังนั้น บุคลากรสายสนับสนุน โดยเฉพาะบุคลากรห้องสมุด “ควรขอจริยธรรมในมนุษย์” เมื่อผลงานมีการเก็บ ใช้ หรือวิเคราะห์ข้อมูลจากบุคคล ไม่ว่าจะเพื่อการวิจัย การพัฒนางาน หรือนวัตกรรม เพราะนอกจากเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ให้ข้อมูลแล้ว ยังเป็นการสร้างมาตรฐานทางวิชาการ ความน่าเชื่อถือของผลงาน และลดความเสี่ยงต่อการไม่ผ่านเกณฑ์การเผยแพร่หรือตำแหน่งทางวิชาชีพในอนาคต

Tag : การวิจัย จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ การพัฒนางานห้องสมุด การเลื่อนระดับในตำแหน่งที่สูงขึ้น