ถอดรหัสงานวิจัย: ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการใช้ Generative AI ของพนักงานเอกชนไทย
ในยุคที่ Generative AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ หลายคนมักเข้าใจว่าความยากง่ายในการใช้งานคือหัวใจหลัก แต่ผลวิจัยจาก คุณภัคภณ รถเพ็ชร และ ผศ.กัมปนาท ศิริโยธา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น กลับเผยให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจกว่านั้น
5 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความตั้งใจใช้งาน AI
- ทัศนคติในการใช้งาน (Attitude Towards AI Use): ปัจจัยที่ทรงพลังที่สุด คือทัศนคติเชิงบวก ความรัก และความรู้สึกสนุกในการเรียนรู้และทำงานร่วมกับ AI
- สภาพสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilitating Condition): การสนับสนุนจากองค์กร ทั้งด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ และการจัดฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ
- บรรทัดฐานส่วนบุคคล (Personal Norm): อิทธิพลจากเพื่อนร่วมงานและค่านิยมในที่ทำงาน ที่มองว่า AI คือส่วนหนึ่งของความเป็นมืออาชีพ
- การรับรู้ถึงประโยชน์ (Perceived Usefulness): ความเชื่อมั่นว่า AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและพัฒนาศักยภาพวิชาชีพได้จริง
- บริบทองค์กร (Organizational Context): แรงผลักดันเชิงนโยบายจากผู้บริหารและหัวหน้างานที่กระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้ในระดับปฏิบัติการ
มุมมองใหม่: ‘ความง่าย’ อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
สิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์จากงานวิจัยคือ “ความง่ายในการใช้งาน” (Perceived Ease of Use) ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อความตั้งใจใช้งาน นั่นหมายความว่า แม้ AI จะใช้งานได้ง่ายเพียงใด แต่หากพนักงานไม่เห็นถึงประโยชน์ที่จับต้องได้ หรือขาดการสนับสนุนที่เพียงพอ เขาก็จะไม่มีความตั้งใจที่จะนำมาใช้ในการทำงานจริง
บทสรุปสำหรับคนทำงานยุคใหม่
การจะ “แฮ็ก” ชีวิตการทำงานด้วย AI ไม่ใช่แค่เรื่องของการลองผิดลองถูก แต่คือการ ปรับทัศนคติ มองหาประโยชน์ที่แท้จริง และใช้ทรัพยากรที่องค์กรมีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ทางรอดและทางลัดในโลกการทำงานอนาคต