สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เจาะลึกทางรอด SMEs ด้วย AI

บทความวิชาการ: ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจขนาดย่อม (SMEs)

ผู้วิจัย: พิทยุช ญาณพิทักษ์

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการ AI Hack Life

บทนำ: วิกฤตและการปรับตัวของ SMEs ไทยในยุคดิจิทัล

ในบริบททางเศรษฐกิจของประเทศไทย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 99.5% ของกิจการทั้งหมดในประเทศ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลทางสถิติพบว่า มีผู้ประกอบการ SMEs เพียง 5.8% เท่านั้นที่มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระดับสากลอย่างมีนัยสำคัญ

งานวิจัยเรื่อง “ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจขนาดย่อม” โดยคุณพิทยุช ญาณพิทักษ์ ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการจำนวน 420 ราย เพื่อค้นหาปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรคสำคัญในการปฏิรูปธุรกิจด้วย AI พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางในการประยุกต์ใช้เพื่อเป็นทางรอดและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน

1. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี AI

ผลการวิเคราะห์ทางสถิติชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในการนำ AI มาใช้ในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้:

  • สภาพเอื้ออำนวย (Facilitating Conditions): เป็นปัจจัยที่มีค่าน้ำหนักอิทธิพลสูงสุด (ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ B = 0.766) ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เสถียร อุปกรณ์ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย ตลอดจนการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐและพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นเงื่อนไขจำเป็นอันดับแรกของการเปลี่ยนผ่าน
  • ความคาดหวังด้านประสิทธิภาพ (Performance Expectancy): ผู้ประกอบการจะตัดสินใจรับเอาเทคโนโลยีไปใช้ เมื่อเห็นประจักษ์ว่า AI สามารถเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนกลยุทธ์ การลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • ราคาและความคุ้มค่า (Price Value): ธุรกิจขนาดย่อมมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนสูง การประเมินความคุ้มค่าระหว่างงบประมาณลงทุนกับผลประโยชน์ระยะยาวที่จะได้รับจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ข้อสังเกตเชิงลึก: ผลการศึกษาพบว่า “อิทธิพลทางสังคม” (Social Influence) หรือกระแสนิยมในตลาด ไม่มีผลต่อการตัดสินใจใช้ AI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับความพร้อมทางระบบและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริงมากกว่าการดำเนินรอยตามกระแสสังคม

2. กรอบแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ในภาวะจำกัดด้านทรัพยากร (The 4-Dimension Framework)

เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากรของธุรกิจ SMEs งานวิจัยได้เสนอแนะแนวทางการปรับใช้องค์ความรู้ใหม่ผ่าน 4 มิติสำคัญ ดังนี้:

2.1 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

แนะนำให้เริ่มต้นจากการใช้ระบบสำเร็จรูปที่พร้อมใช้งานทันทีเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ แทนการลงทุนสร้างระบบขนาดใหญ่ด้วยตนเอง เช่น การใช้ LINE Official Account ในการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ หรือ ChatGPT ในการประมวลผลข้อมูลและสร้างสรรค์เนื้อหาในระยะเริ่มต้นเพื่อประเมินผลลัพธ์เบื้องต้น

2.2 ด้านทรัพยากร (Resources)

มุ่งเน้นการเริ่มต้นจากเทคโนโลยีต้นทุนต่ำหรือเครื่องมือที่ไม่มีค่าใช้จ่าย (Free Tier/Open-source) อาทิ การติดตั้ง Chatbot บนระบบสื่อสารสังคมออนไลน์ เช่น Facebook หรือการเลือกใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่มีระบบ AI ฝังตัว เพื่อช่วยบริหารและกระจายความเสี่ยงทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

2.3 ด้านวัฒนธรรมองค์กร (Culture)

องค์กรควรปรับทัศนคติของบุคลากรต่อเทคโนโลยี โดยสื่อสารเชิงรุกให้พนักงานตระหนักว่า AI คือ “เครื่องมือช่วยทำงาน” (Augmentation Tool) ไม่ใช่สิ่งที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในการทำงาน และควรเริ่มต้นทำโครงการนำร่อง (Pilot Project) ภายในทีมขนาดเล็กเพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนขยายผล

2.4 ด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี (Learning Tech)

ส่งเสริมแนวทางการเรียนรู้แบบพึ่งพาตนเอง (Self-directed Learning) เพื่อลดต้นทุนการจ้างที่ปรึกษาที่มีราคาสูง โดยผู้ประกอบการสามารถศึกษาและพัฒนาทักษะได้ด้วยตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ เช่น YouTube หรือหลักสูตรฝึกอบรมฟรีจากหน่วยงานภาครัฐ

บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์

งานวิจัยเชิงประจักษ์นี้สรุปผลเด่นชัดว่า การประยุกต์ใช้ AI ส่งผลดีอย่างมีนัยสำคัญในการช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น (คะแนนประเมินเฉลี่ย 4.04 คะแนน) และลดข้อผิดพลาดในการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเป็นรูปธรรม (คะแนนประเมินเฉลี่ย 4.05 คะแนน)

“ในโลกธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการที่รู้จักประยุกต์ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นผู้ที่สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและบรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืนได้”

ข้อเสนอแนะสำคัญก่อนการเปลี่ยนผ่าน: ธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการข้อมูลดิบให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่เป็นระบบ และต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการในระยะยาว

โปรดให้คะแนนเรื่องนี้