การพัฒนารูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณ โดยการสอบแบบร่วมมือกันเรียนรู้ เรื่องการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านละหานทราย สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์

English version of this page Click here.
ชื่อผู้ทำวิทยานิพนธ์ อารมณ์ ปุมสันเทียะ
ชื่อวิทยานิพนธ์ การพัฒนารูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณ โดยการสอบแบบร่วมมือกันเรียนรู้ เรื่องการบวกและการลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านละหานทราย สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์
สาขาวิชา การประถมศึกษา
ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ รองศาสตราจารย์ ดร. สุลัดดา ลอยฟ้า
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกื้อจิตต์ ฉิมทิม
อาจารย์วรเทพ ฉิมทิม
ปีที่จบ 2541

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการสอนที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณ โดยการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ 2) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และ 3) พัฒนาความสามารถในการคิดคำนวณโดยประมาณเรื่องการบวกลบจำนวนซึ่งมีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100, และการลบจำนวนซึ่งมีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 1,000 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2540 โรงเรียนบ้านละหานทราย สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 31 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติ ได้แก่ แผนการสอนตามรูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณ จำนวน 25 แผน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบบันทึกผลการสังเกตกิจกรรมการเรียนการสอน แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบย่อย และแฟ้มสะสมงาน และ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินสิทธิภาพของรูปแบบ ซึ่งได้แก่แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดคำนวณโดยประมาณ
รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเฉพาะกรณี โดยใช้กระบวนการของการวิจัยเชิงปฏิบัติการมาดำเนินการ ซึ่งมีวงจรการปฏิบัติการวิจัย 4 วงจร คือ วงจรที่ 1 ประกอบด้วยแผนการสอนที่ 1-6 วงจรที่ 2 ประกอบด้วยแผนการสอนที่ 7-14 วงจรที่ 3 ประกอบด้วยแผนการสอนที่ 15-19 และวงจรที่ 4 ประกอบด้วยแผนการสอนที่ 20-25 ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ทำการบันทึก สังเกต และสัมภาษณ์นักเรียน เมื่อสิ้นสุดในแต่ละวงจรปฏิบัติจึงทำการทดสอบย่อยเพื่อประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน แล้วจึงสะท้อนผลการปฏิบัติที่ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การบันทึก และการสัมภาษณ์ มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงแผนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผลการวิจัยพบว่า

1. รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณโดยการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 6 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นนำ เป็นขั้นการนำเทคนิคการคิดคำนวณโดยประมาณที่ได้เคยเรียนมาแล้วมาฝึก ต่อจากนั้นจึงแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ประจำชั่วโมงและทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน 2) ขั้นเสนอบทเรียนต่อทั้งชั้น เป็นขั้นการพัฒนามโนมติ โดยนักเรียนจะได้เผชิญกับสถานการณ์ปัญหา, ทำความเข้าใจปัญหา, หาแนวทางในการแก้ปัญหา, หาค่าโดยประมาณของคำตอบ, ลงมือปฏิบัติเพื่อคิดคำนวณหาคำตอบจริงของปัญหา, ตรวจสอบค่าโดยประมาณกับคำตอบจริง, จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการคำนวณโดยประมาณ และสรุปมโนมติ 3) ขั้นการศึกษากลุ่มย่อย เป็นขั้นการพัฒนาทักษะโดยนักเรียนเข้ากลุ่มย่อยศึกษาบัตรเนื้อหา ทำกิจกรรมที่กำหนดไว้ในบัตรกิจกรรม และตรวจคำตอบจากบัตรเฉลย 4) ขั้นพัฒนาการนำไปใช้ โดยให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ 5) ขั้นการทดสอบย่อย เป็นการทดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และวัดความสามารถในการคิดคำนวณโดยประมาณเมื่อเรียนจบในแต่ละวงจร และ 6) ขั้นประเมินผล หลังสิ้นสุดแต่ละวงจร
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณ โดยการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 70 คิดเป็นร้อยละ 81.07 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 80.64 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์จำนวนนักเรียนที่กำหนดไว้ร้อยละ 80
3. ความสามารถในการคิดคำนวณโดยประมาณ นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณ โดยการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ มีคะแนนความสามารถในการคิดคำนวณโดยประมาณสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 70 คิดเป็นร้อยละ 87.54 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 93.54
4. นักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนที่เน้นการคิดคำนวณโดยประมาณ โดยการเรียนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ได้แก่ การทำงานกลุ่มย่อย ความรับผิดชอบต่อตนเองและกลุ่ม และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน