การพัฒนาประชาธิปไตยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในจังหวัดมุกดาหาร : กรณีศึกษา

English version of this page Click here.
ชื่อผู้ทำวิทยานิพนธ์ ทัศนีย์ วิเศษแก้ว
ชื่อวิทยานิพนธ์ การพัฒนาประชาธิปไตยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในจังหวัดมุกดาหาร : กรณีศึกษา
สาขาวิชา หลักสูตรและการสอน
ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุกูล จินตรักษ์ anukul@kku.ac.th
รองศาสตราจารย์ ดร.แก้วตา คณะวรรณ
รองศาสตราจารย์มาโนช ตัชวนิชย์
ปีที่จบ 2533

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาประชาธิปไตยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ (1) ใช้รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในชั้นเรียน (2) ศึกษาพฤติกรรมประชาธิปไตยของนักเรียนด้านคารวธรรม สามัคคีธรรมและปัญญาธรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ทดลอง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรเงรียนบำรุงพงศ์อุปถัมภ์ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย หน่วยกิจกรรมการเรียนการสอนจำนวน 8 กิจกรรม แบบบันทึกพฤติกรรมประชาธิปไตยของนักเรียนจำนวน 3 ชุด คือ ชุดที่ 1 แบบสังเกตพฤติกรรมประชาธิปไตยของนักเรียนโดยครู ชุดที่ 2 แบบสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมประชาธิปไตยของนักเรียน ชุดที่ 3 แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมประชาธิปไตยของนักเรียน แบบวัดเจตคติสำหรับนักเรียนและแบบวัดสังคมมิติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบด้วยค่าที (t-test) และการบรรยายผลการศึกษาเป็นรายกรณี การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป Microstat
ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย มีผลทำให้พฤติกรรมประชาธิปไตยด้านคารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรมของนักเรียนหลังการทดลองสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (2) รูปแบบการสอนจากพฤติกรรมตัวอย่างที่เลือกมาใน 8 กิจกรรม ได้แก่ การเลือกคณะกรรมการนักเรียนในห้องเรียน การสร้างข้อตกลง การทำเวรรักษาความสะอาด การจัดตำแหน่งที่นั่งเรียน การประกวดผลงาน ความรับผิดชอบในการช่วยเหลือเพื่อนที่เรียนอ่อน การเรียนในห้องเมื่อครูไม่อยู่ทำการสอน การส่งการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ผลปรากฏว่า ใช้ได้ผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (3) ลำดับขั้นตอนการสอนเพื่อให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมประชาธิปไตยมี 8 ขั้นตอน ได้แก่ ระบุปัญหา วิเคราะห์วิจารณ์หาสาเหตุของปัญหา พิจารณาเลือกแนวทางการแก้ปัญหา การวางแผนในการแก้ปัญหา เลือกแผนที่เหมาะสมแล้วดำเนินการตามแผน ประเมินผลจากการปฏิบัติงาน ปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น และนักเรียนปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ มีผลทำให้พฤติกรรมประชาธิปไตยด้านคารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรมของนักเรียนหลังการทดลองสูงขึ้นกว่า ก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001