ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กอายุ 0-5 ปี ของผู้สูงอายุ : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น

English version of this page Click here.
ชื่อผู้ทำวิทยานิพนธ์ สุมณี พิจิตรศิริ
ชื่อวิทยานิพนธ์ ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กอายุ 0-5 ปี ของผู้สูงอายุ : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
สาขาวิชา สังคมวิทยาการพัฒนา
ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ รองศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ ศรีสันติสุข
รองศาสตราจารย์ เอื้อมพร ทองกระจาย
ปีที่จบ 2540

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาคุณลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยการรับรู้การสนับสนุนทางสังคม แหล่งความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก คุณลักษณะครอบครัวของผู้สูงอายุ 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กอายุ 0-5 ปี ของผู้สูงอายุ 3) เพื่อศึกษา ปัจจัยบางประการที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กอายุ 0-5 ปีของผู้สูงอายุ 4) เพื่อศึกษาปัจจัยบางประการที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กอายุ 0-5 ปี ของผู้สูงอายุในเขตอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
ประชากรที่ศึกษา คือ ผู้สูงอายุที่เลี้ยงดูเด็กอายุ 0-5 ปี ในครอบครัวที่บิดา-มารดา ของเด็กที่มีการอพยพแรงงาน ในเขตอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ได้จำนวนตัวอย่าง 227 คน สุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ สุ่มพื้นที่ด้วยวิธีเจาะจง ใช้แบบสัมภาษณ์เก็บข้อมูล วิเคราะห์โดยใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเร็จรูป (SPSS/PC+) ค่าสถิติที่ใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson's Product Moment Correlation) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ แบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) โดยใช้นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ผลการวิจัย
1. ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยการรับรู้ การสนับสนุนทางสังคม แหล่งความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก คุณลักษณะครอบครัวของผู้สูงอายุ
1.1 ปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อายุอยู่ระหว่าง 50-60 ปี การศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสคู่ เคยมีประสบการณ์การเลี้ยงดูเด็กจากการเลี้ยงดูบุตร และหลานของตนเอง
1.2 การรับรู้ของผู้สูงอายุ กลุ่มเป้าหมาย มีการรับรู้เรื่องการเลี้ยงดูเด็กอยู่ในระดับดี ในเรื่องความสำคัญของการเลี้ยงดูเด็ก ประโยชน์ และปัญหาอุปสรรคของการเลี้ยงดูเด็ก มีการรับรู้ปานกลางในเรื่องการรับรู้ภาวะสุขภาพเด็ก
1.3 การสนับสนุนทางสังคม กลุ่มเป้าหมายมีการสนับสนุนทางสังคมอยู่ในระดับปานกลางในทุกหัวข้อ ทั้งด้านการตอบสนองด้านอารมณ์ การตอบสนองด้านการยอมรับในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การตอบสนองความต้องการในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การตอบสนองข้อมูลข่าวสาร และการตอบสนองด้านการช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นสิ่งของ เงิน และแรงงาน
1.4 แหล่งความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก กลุ่มเป้าหมาย ได้รับความรู้ในระดับมากจากการมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูบุตร หลานของตนเอง ได้รับความรู้ในระดับปานกลางจากโทรทัศน์ ญาติ เพื่อน อาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และได้รับความรู้ในระดับน้อย จากวิทยุ เอกสาร สิ่งพิมพ์
1.5 คุณลักษณะครอบครัว กลุ่มเป้าหมาย เป็นครอบครัวที่มีเฉพาะผู้สูงอายุกับเด็ก จำนวนสมาชิก 2-5 คน มีรายได้ของสมาชิกในครอบครัวรวมกันมากกว่า 10,000 บาท ต่อปี บุคคลอื่นๆ ในครอบครัวมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูเด็กน้อย
2. กลุ่มพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็ก
กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีพฤติกรรมในระดับดี ด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค การป้องกันอุบัติเหตุ มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ด้านโภชนาการ ด้านการส่งเสริมพัฒนาการ ด้านการเสริมสร้างคุณลักษณะของเด็กไทย
3. ปัจจัยบางประการที่มีความสัมพันธ์กับการเลี้ยงดูเด็ก
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ด้านบวก พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ การศึกษา สถานภาพสมรส ปัจจัยการรับรู้ ได้แก่การรับรู้ความสำคัญ การรับรู้ภาวะสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ และการรับรู้ปัญหาอุปสรรคของการเลี้ยงดูเด็ก การสนับสนุนทางสังคม ด้านลบพบว่าปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศของผู้สูงอายุ
4. ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเลี้ยงดูเด็ก
ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยการรับรู้ ได้แก่ การรับรู้ปัญหาอุปสรรคในการเลี้ยงดูเด็ก การรับรู้ความสำคัญของการเลี้ยงดูเด็ก และระดับการศึกษาของผู้สูงอายุ มีอิทธิพลทำนายความผันแปรของพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กของผู้สูงอายุได้ร้อยละ 15.16 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05